วุฒิสมาชิกเคิร์สเทน กิลลิแบรนด์ (Kirsten Gillibrand) จากพรรคเดโมแครต รัฐนิวยอร์ก หนึ่งในผู้เจรจาร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เรียกร้องให้สภาคองเกรสสนับสนุนมาตรการห้ามนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งและคู่สมรสออกหรือสนับสนุนเหรียญมีมคอยน์ของตัวเอง โดยอ้างถึงเหรียญมีมคอยน์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเมลาเนีย ทรัมป์ (Melania Trump) เป็นตัวอย่าง พูดง่ายๆ ก็คือ นี่เป็นความพยายามอุดช่องโหว่ด้านจริยธรรมก่อนที่ร่างกฎหมาย CLARITY Act จะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา
💰 ข้อเสนอห้าม "มีมคอยน์การเมือง" คืออะไร
กิลลิแบรนด์ระบุในแถลงการณ์ว่า สภาคองเกรสควรสนับสนุนมาตรการห้ามนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งและคู่สมรส "ออกหรือสนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัลของตัวเอง" โดยข้อเสนอนี้จะครอบคลุมประธานาธิบดีสหรัฐฯ และคู่สมรสทุกคน แต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะขยายไปถึงตำแหน่งรองประธานาธิบดีหรือสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ ด้วยหรือไม่
"นี่เป็นข้อกำหนดตามสามัญสำนึกที่ควรได้รับการสนับสนุนแบบข้ามพรรค เจ้าหน้าที่รัฐและคู่สมรสไม่ควรออกเหรียญมีมคอยน์ (Memecoin – เหรียญคริปโตที่สร้างขึ้นตามกระแสหรือมุกตลก มักไม่มีการใช้งานเชิงเทคนิคที่ซับซ้อน)" กิลลิแบรนด์กล่าว "เราไม่สามารถปล่อยให้การหาผลประโยชน์ส่วนตัวทำลายโอกาสในการเสริมสร้างการคุ้มครองผู้บริโภค ปราบปรามการเงินนอกกฎหมาย และขยายโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชาวอเมริกันหลายล้านคนที่ระบบการเงินทิ้งไว้ข้างหลัง"
⚖️ ปมจริยธรรมที่อาจสกัดกั้น CLARITY Act
กิลลิแบรนด์เป็นหนึ่งในผู้เจรจาร่างกฎหมาย Digital Asset Market Clarity Act หรือ CLARITY Act (ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ ที่กำหนดว่าหน่วยงานใดจะกำกับดูแลคริปโตประเภทต่างๆ) ในวุฒิสภา ซึ่งเธอคาดว่าสภาจะลงมติได้ภายในช่วงปิดสมัยประชุมเดือนสิงหาคม แต่ย้ำว่าจะไม่มีใครโหวตให้ร่างนี้ผ่านหากไม่แก้ไขประเด็นจริยธรรมก่อน โดยชี้ถึงความเสี่ยงที่นักการเมืองจะ "ร่ำรวยจากอุตสาหกรรมเหล่านี้เพราะสถานะคนใน"
ย้อนกลับไปช่วงพิจารณากฎหมาย GENIUS Act (Guiding and Establishing National Innovation for U.S. Stablecoins Act – กฎหมายกำกับดูแล Stablecoin หรือเหรียญคริปโตที่ผูกมูลค่ากับสินทรัพย์อ้างอิงอย่างดอลลาร์ ฉบับแรกของสหรัฐฯ) เมื่อปี พ.ศ. 2568 กิลลิแบรนด์เปิดเผยว่าวุฒิสภาเคยถอดเงื่อนไขที่มุ่งเป้าไปที่ความเกี่ยวพันของทรัมป์กับอุตสาหกรรมคริปโตออกไป รวมถึงเหรียญมีมคอยน์ Official Trump (TRUMP) ของเขาด้วย โดยเธอเคยกล่าวไว้ในตอนนั้นว่าเหรียญดังกล่าวน่าจะ "ผิดกฎหมายตามกฎหมายปัจจุบัน" แต่การแก้ไขปัญหาจริยธรรมทั้งหมดของทรัมป์คงทำให้ร่างกฎหมายยาวและซับซ้อนเกินไป ทั้งนี้ ทรัมป์ได้ลงนามกฎหมาย GENIUS Act อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2568
ที่น่าสังเกตคือ ข้อเสนอแบนมีมคอยน์ของกิลลิแบรนด์ยังไม่ได้ขยายไปถึงสมาชิกครอบครัวคนอื่นของทรัมป์ นอกเหนือจากการลงทุนส่วนตัวในอุตสาหกรรมคริปโตแล้ว ทรัมป์ยังเผชิญเสียงวิจารณ์เรื่องบุตรชายที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มคริปโต World Liberty Financial (WLFI) และบริษัทขุด Bitcoin (BTC) อย่าง American Bitcoin ซึ่งก่อนหน้านี้ บริษัทขุด Bitcoin ของลูกทรัมป์ ระดมทุน $220 ล้าน! เตรียมสะสม BTC และเครื่องขุด ก่อนเข้าตลาด Nasdaq ก็เคยเป็นข่าวที่ Bitcoinaddict.com รายงานไว้
📊 รายได้คริปโต 1.4 พันล้านดอลลาร์ ปมผลประโยชน์ทับซ้อน
ในสัปดาห์เดียวกันนี้ ทรัมป์รายงานว่าเขามีรายได้จากธุรกิจคริปโตประมาณ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 46,424 ล้านบาท ที่อัตราแลกเปลี่ยน 33.16 บาทต่อดอลลาร์ ณ วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ที่มา: Trading Economics) ในปีเดียวกับที่เขาเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี ตามเอกสารเปิดเผยทางการเงินที่ยื่นต่อสำนักงานจริยธรรมภาครัฐ (Office of Government Ethics) ของสหรัฐฯ โดยในจำนวนนี้ ราว 636 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 21,090 ล้านบาท) มาจากรายได้ที่เกี่ยวข้องกับเหรียญ TRUMP โดยตรง ส่วนที่เหลือมาจากการลงทุนใน World Liberty Financial และธุรกิจคริปโตอื่นๆ ของครอบครัว
ความมั่งคั่งก้อนนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ทรัมป์อยู่ในตำแหน่งที่สามารถมีอิทธิพลต่อกฎหมายด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ทั้ง GENIUS Act และ CLARITY Act ทั้งนี้ ทรัมป์ระบุว่าการทำกำไรจากการลงทุนของเขาในฐานะประธานาธิบดี "ไม่มีอะไรผิดกฎหมาย" และ "ไม่มีอะไรผิด" โดยยังไม่ได้ตอบคำถามโดยตรงเกี่ยวกับข้อกังวลเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนที่ถูกหยิบยกขึ้นมา
ทั้งนี้ ราคาเหรียญ TRUMP เองก็เคยเผชิญความผันผวนอย่างหนักมาก่อน ตามที่ Bitcoinaddict.com เคยรายงานไว้ใน นักลงทุนเจ็บหนัก! เหรียญ TRUMP ปลดล็อกล็อตแรก 40 ล้านโทเค็น ราคาร่วง 89.5% จากจุดสูงสุด!
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับความคืบหน้าของกฎหมายคริปโตในสหรัฐฯ และปมผลประโยชน์ทับซ้อนของตระกูลทรัมป์
👉 ทรัมป์ลั่น CLARITY Act คือเกราะ "กันอนาคต" ปกป้องคริปโตจากรัฐบาลชุดหน้า
👉 ส.ส.พรรคเดโมแครตจวกยับ! เหรียญ TRUMP เป็น 'สิ่งเลวร้ายที่สุด' ในวงการคริปโต
👉 ทรัมป์ลงนามกฎหมาย GENIUS Act กำหนดกรอบควบคุม Stablecoin ฉบับแรกของสหรัฐฯ
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph /
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ข้อเสนอของกิลลิแบรนด์สะท้อนแรงเสียดทานที่แท้จริงในเส้นทางของ CLARITY Act นั่นคืออุตสาหกรรมคริปโตต้องการความชัดเจนเชิงกฎระเบียบ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างตระกูลทรัมป์กับธุรกิจคริปโตทำให้การเจรจาด้านจริยธรรมกลายเป็นเงื่อนไขที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในทางบวก การมีมาตรฐานจริยธรรมที่ชัดเจนสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนย่อมช่วยเสริมความน่าเชื่อถือให้กับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะยาว และลดความเสี่ยงที่นโยบายจะถูกมองว่าเอื้อประโยชน์ส่วนตัว อย่างไรก็ตาม ด้วยกรอบเวลาที่จำกัดก่อนช่วงปิดสมัยประชุมเดือนสิงหาคม และท่าทีของทำเนียบขาวที่ปฏิเสธมาตรการที่ "เจาะจง" ไปที่ทรัมป์ ต้องจับตาต่อไปว่าฝ่ายนิติบัญญัติจะหาจุดสมดุลระหว่างการผลักดันกฎหมายให้ทันเวลาและการรักษาความโปร่งใสได้อย่างไร
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: กิลลิแบรนด์, มีมคอยน์, ทรัมป์คริปโต, CLARITY Act, GENIUS Act, จริยธรรมนักการเมืองสหรัฐฯ, Gillibrand memecoin ban, Trump crypto disclosure
⚠️ คำเตือนความเสี่ยงการลงทุน: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลข่าวสารเท่านั้น มิได้เป็นคำแนะนำในการลงทุน การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ราคาอาจผันผวนรุนแรง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com